วันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

เขาโปปา:  มหาคีรีนัต แห่งพุกาม
สารคดีซีรีย์พิเศษ เส้นทางแห่งศรัทธา   ตอนที่ 5  โดย สุริยัน จันทรา



 
      เมื่อมีโอกาสไปเยือนพุกาม พม่า แผ่นดินที่มีทะเลเจดีย์สุดลูกหูลูกตา  นักแสวงบุญจะเอิบอิ่มในผลานิสงศ์จากการได้บูชาสักการะพระเจดีย์น้อยใหญ่และพระพุทธปฏิมา   เอิบอิ่มทิพย์กับพุทธศิลป์อันงดงามตามแบบเถรวาทแห่งอาณาจักรพุกามทดินแดนที่พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองยิ่ง
     ศรัทธาประสาทะทอันทอดผ่านกาลเวลาที่ปรากฏจากอดีตสู่ปัจจุบันเป็นหลักฐานที่โลกต้องคารวะใน “พลังศรัทธาแห่งพุทธศาสนิกชน”ที่รังสรรค์พุทธสถานอันงดงาม ยิ่งใหญ่และศักดิ์สิทธิ์

     นักท่องเที่ยว นักถ่ายภาพส่วนมากจะตื่นตาตื่นใจในทิวทัศน์แบบพาโนรามา 360 องศาของเมืองพุกามเก่าที่มองไปทางใหนก็มีแต่วิหารเจดีย์ สลับกับแมกไม้จนสุดปลายขอบฟ้า  ยิ่งในยามเย็น นักล่าภาพจะปีนป่ายขึ้นบนวิหารเจดีย์ที่สูงบันทึกภาพยามพระอาทิตย์อัสดงที่นักถ่ายภาพนักเขียนสารคดีระดับมืออาชีพยังยอมรับว่าทั้งโลกมีที่นี่ที่เดียวที่ไม่ต้องใช้การแสดงแสงสีเสียงช่วย แต่กลับดูอลังการงามล้ำเกินพรรณา
เส้นทางแห่งศรัทธา ณ อาณาจักรพุกามยังมีอีกสถานที่แห่งหนึ่งที่ถือเป็น “ศูนย์กลางแห่งจักรวาล”  นั่นคือ
     เขาโปปา(Mount Popa)  มหาบรรพตศักดิ์สิทธิ์

     โปปามีความสูงประมาณ  4981 ฟุต   อยู่ห่างจากเมืองพุกามไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 50 กิโลเมตร ภูเขาแห่งนี้เป็นภูเขาไฟที่ดับแล้ว  ลาวาภูเขาไฟสร้างตัวเองใหญ่สูงตระหง่านโดดเด่น
คำว่าโปปามาจากรากศัพท์สันสกฤตแปลว่าดอกจำปา   คงเนื่องจากในอดีตบริเวณภูเขาลูกนี้มีต้นจำปาขึ้นอยู่เป็นจำนวนมากจึงมีอีกชื่อว่า “ภูเขาดอกจำปา”


เขาโปปาได้รับการกล่าวถึงในบันทึกประวัติศาสตร์พม่าตั้งแต่ในยุคของการเลือกตำแหน่งสร้างอาณาจักรพุกาม  กล่าวว่าอดีตภูเขาไฟแห่งนี้เปรียบเสมือน” เขาพระสุเมรุ ศูนย์กลางแห่งจักรวาล”  โบราณาจารย์ก็เชื่อว่าเขาโปปาแห่งนี้....สามารถเชื่อมกับอีกมิติได้ และเชื่อว่าเป็นที่สถิตของเหล่า “นัต” หรือที่คนพม่าเรียกว่า “มินนัต”

     นัต (พม่า ออกเสียง น่ะต์ ) มาจากคำว่า นาถะ ในภาษาบาลี ที่แปลว่า "ที่พึ่ง"  หมายถึงผีของชาวพม่า เป็นความเชื่อพื้นเมืองที่มีมาก่อนที่พุทธศาสนาจะเข้ามาในพม่า นัตเป็นผีบรรพบุรุษ ลักษณะกึ่งผีกึ่งเทวดา คล้ายเทพารักษ์ คอยดูแลคุ้มครองสถานที่ที่ตนเมื่อครั้งยังมีชีวิตมีความสัมพันธ์อยู่ โดยอาจจะมีศาลลักษณะคล้ายศาลเพียงตาตั้งบูชาอยู่ในสถานที่นั้น ๆ
     เมื่อพระเจ้าอโนรธามังช่อ แห่งราชวงศ์พุกาม นำศาสนาพุทธนิกายเถรวาทเข้าสู่พม่า ในพุทธศตวรรษที่ 18 ความเชื่อเรื่องนัตจึงถูกผสมผสานเข้ากับศาสนาพุทธ นัตถูกยกระดับให้เป็นนัตหลวง โดยพระองค์ได้ทำการตั้งศาลนัตหลวงขึ้นที่เขาโปปา หรือเรียกว่า มหาคีรีนัต ชานเมืองพุกาม มีทั้งหมด 37 ตน โดยองค์สำคัญคือ นัตตัจจาเมง (หรือ นัตสักรา หรือ พระอินทร์), นัตพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้, นัตโยนบะเยง (นัตพระเจ้าเมกุฏิสุทธิวงศ์) เป็นต้นโดยบุคคลที่จะได้รับการรับถือเป็นนัตนั้น ต้องมาจากสาเหตุการตายที่ไม่ใช่การตายธรรมดา เพราะเชื่อว่าจะมีฤทธานุภาพสูงกว่าผีทั่ว ๆ ไป
  ตามความเชื่อของพม่าแต่โบราณ เชื่อว่า นัต  สามารถแสดงอิทธิฤทธิ์เหนือธรรมชาติ ( Supernatural) จึงเป็นที่เกรงกลัวของชาวบ้าน   ต่อมามีการตั้งศาลและนำรูปปั้นเหมือนจริงตั้งไว้ให้คนกราบไหว้บูชา โดยถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยปกป้องดูแลบ้านเมือง และยังสามารถขอในสิ่งที่ต้องการได้อีกด้วย
     รูปปั้นนัตแต่ละตนนั้นจะสวมเสื้อผ้าอาภรณ์สวยงาม บางตนนั่งอยู่บนสัตว์ต่างๆ เช่น เสือ หงส์ และม้า บางตนก็ถืออาวุธแตกต่างกันไปตามเรื่องราว
     สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงกล่าวไว้ในหนังสือเที่ยวเมืองพม่า กล่าวว่ามีผีนัตถึง 39 ตน เรียกว่า นัตมิน (กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงเรียกว่า แน็ตมิน) หรือ ผีหลวง และมีตำราว่าด้วยเรื่องผี ชื่อว่ามหาคีตะเมคะนี (Maha Gita Megani) ซึ่งอยู่ในคัมภีร์โลกาพยุหะ อันเป็นตำราประเพณีของพม่า ซึ่งเซอร์ยอช สก็อต เป็นผู้เรียบเรียงหนังสือภิธานเมืองพม่าเหนือ หรือ Upper Burma Gasetteer มีรายชื่อเมืองและประวัติของผีหลวงทั้ง 39 ตน บอกถึงธรรมเนียมลงลงผีซึ่งส่วนใหญ่คนทรงจะเป็นผู้หญิง และผีนัติแต่ละตนจะมีการขับร้อง การฟ้อนรำ เครื่องดนตรี และเพลงเฉพาะตน
     บนยอดเขาโปปายังเป็นที่ตั้งของ "วัดตุง คาลัท" (Taung Kalat Temple)
วัดพุทธที่มีความสำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองพุกาม เป็นหนึ่งในวัดที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวและผู้ศรัทธาในพระพุทธศาสนา สำหรับการขึ้นไปยังวัดที่อยู่บนยอดเขาจะต้องเดินเท้าขึ้นไปตามทางเดินขั้นบันได 777 ขั้น
         นอกจากนี้เขาโปปายังเคยเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่บรมครู พ่อครู บูรพาจารย์ นักพรตผู้เรืองเวทวิทยาคม มาศึกษาเล่าเรียน บำเพ็ญพรต หนึ่งในบรรดาบรมครูที่รู้จักกันดีของชาวพม่าและผู้ศรัทธาในเวทวิทยาคมของท่านคือ “พ่อครูโพมินข่อง” ( Boe Min Khaung) ที่เคยพำนักอยู่ที่เขาโปปาซึ่งสถานที่ห้องพำนักของท่านยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้ตราบปัจจุบัน
         เมื่อปลายปี พ.ศ.2556 ครั้งที่ผู้เขียนเดินทางร่วมไปกับคณะหลวงปู่บุญ วัดทุ่งเหียง ครูบาชัยมงคล วัดไทรย้อย พระอาจารย์ภูไทย วัดเขาแก้วชัยมงคล และพระอาจารย์ฉลอง วัดยางเอน สุโขทัย  ไปประกอบพิธีมังคลาภิเษกที่เขาโปปาก็ได้รับเมตตาให้ใช้ห้องที่เคยเป็นที่พำนักของพ่อครูโพมินข่อง  เป็นสถานที่มังคลาภิเษกวัตถุมงคลที่หอบหิ้วข้ามน้ำข้ามทะเลขึ้นไปบนยอดเขาโปปาเพื่อปลุกเสก
      บรรยากาศตอนไปปลุกเสกก็ไม่ธรรมดา  ครูบาชัยมงคลท่านเคยไปเรียนวิชาอาคมที่พม่าและสิบสองปันนา เคยเดินทางไปเขาโปปากับครูบาอาจารย์สายพม่า  

     เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาโปปาครูบาฯท่านได้อธิษฐานขอสถานที่เพื่อปลุกเสกวัตถุมงคลก็ได้เฉพาะเจาะจงสถานที่สำคัญคือ...ห้องพำนักของพ่อครูโพมินข่อง ที่มีพระพุทธรูป  ภาพถ่าย รูปเหมือนและข้าวของเครื่องใช้เช่นเตียงนอนของพ่อครู ฯ

      เมื่อเริ่มปลุกเสกครูบาชัยมงคลร่ายพระเวทเป็น”ภาษามอญโบราณ” บูชาพระรัตนตรัยสิ่งศักด์สิทธิ์ อัญเชิญบรมครู พ่อครูมาร่วมประสิทธิ  เสียงสาธยายมนต์ดังกังวาล  บรรดาชาวพม่าชาวมอญที่ขึ้นไปบนยอดเขาได้ยินพระเวทต่างพากันมาล้อมมุงดูด้วยความสนใจ

     หลวงปู่บุญ โสภโณ เข้าสมาธิเจริญภาวนาพระคาถาปลุกเสกตะกรุดเสน่ห์มอญ  พระอาจารย์ภูไทยเคี้ยวหมากตามสูตรโบราณาจารย์บริกรรมคาถาสายยาแดง ปลุกเสกผ้ายันต์สุ่ยหยิ่นจ่ออยู่ที่ข้างเตียงพ่อครูโพมินข่อง พระอาจารย์ฉลอง นั่งข้างครูบาชัยมงคลปลุกเสกผ้ายันต์ “เทพทันใจ วัดยางเอน”

     คณะบุญจาริกที่รายล้อม ณ มณฑลพิธีประหนึ่งอยู่ในภวังค์แห่งมิติลี้ลับที่เข้มขลัง เรืองรองด้วยพลานุภาพแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเสร็จพิธีชาวพม่าชาวมอญที่มุงดูอยู่ต่างกรูกันเข้ามาให้พระคณาจารย์จากโยเดีย (พม่าเรียกไทยว่าโยเดีย)ลงอักขระให้เพื่อความเป็นสิริมงคลอันเป็นภาพที่ไม่อาจพบเห็นบ่อยนักที่จักบังเกิดในขุนเขาโปปาที่ได้การขนามนามว่า......
                                          เขาพระสุเมรุ  ศูนย์กลางแห่งจักรวาล


หมายเหตุ  ลงพิมพ์ในหนังสือพระเครื่องพุทธคณ ฉบับ พฤษภาคม 2557
                 วัตถุมงคลที่นำไปปลุกเสก ดูรายละเอียดได้ที่ www.pooboon.con   www.krooba.com   www.poothai.net   www.สุริยันจันทรา.com สอบถาม โทร 083-073-7515

วันจันทร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2557

พ่อครูพู่พู่อ่องและพ่อครูโพมินข่อง สายวิชาปะฐะมะสิทธิหรือวิชาสายยาแดง โดย ทิพยจักร


พ่อครูพู่พู่อ่องและพ่อครูโพมินข่อง  สายวิชาปะฐะมะสิทธิหรือวิชาสายยาแดง  
โดย ทิพยจักร



                เรื่องราวตำนานของพ่อครูทั้ง ๑๐ ของเมืองม่านหรือพม่านั้นหลายคนให้ความสนใจมาก ทั้งนี้เพราะเรื่องราวของท่านลึกลับและมากด้วยปาฏิหาริย์ไม่แพ้เรื่องราวของหลวงปู่เทพโลกอุดรของไทยเราเลย ทุกวันนี้ชาวพม่ายังเชื่อกันว่าพ่อครูทั้ง ๑๐ นั้นยังมีชีวิตอยู่และคอยทำหน้าที่ปกปักษ์รักษาพระพุทธศาสนา และรักษาเมืองพม่าให้รอดปลอดภัยมาทุกยุคทุกสมัยอย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อเกิดเหตุคราวคับขันอย่างไรแล้วท่านทั้ง ๑๐ ก็จะเนรมิตรกายออกจากป่ามาสู่เมืองเพื่อโปรดผู้ทุกข์ผู้ยากอยู่เสมอ

                ก่อนเข้าเรื่องของพ่อครูท่านต่อไป จะขอทำความเข้าใจเรื่องนัตเมืองม่านกันก่อนครับ คำว่านัต หมายถึงผี ครับ นัต ของพม่าที่บูชากันอยู่ทุกวันนี้ก็หมายถึงผีที่ทำหน้าที่คุ้มครองปกปักษ์รักษาบ้านเมือง โดยนัตนั้นแบ่งเป็นสองจำพวกคือ เทวดาอย่างหนึ่ง และผีตายโหงอย่างหนึ่ง นัตที่เป็นเทวดา ก็เช่นพระอินทร์ ครับ ส่วนนัตที่เป็นผีตายโหงนั้นมีหลายตน  ทำไมจึงเป็นผีตายโหง เรื่องนี้เพราะว่าผู้ที่ตายในการศึกสงครามประการหนึ่งถือว่าเป็นวีรบุรุษรักษาประเทศชาติสมควรยกให้เป็นผีเมือง อีกประการหนึ่งคือผู้ที่สิ้นด้วยโศกนาฏกรรมทั้งๆที่เป็นคนดีก็สมควรยกย่องให้เป็นผีบรรพบุรุษทำหน้าที่คอยคุ้มครองลูกหลานคนดีมีศีลธรรมเช่นกัน

                ดังนั้นผีนัต จึงเป็นผีที่มาจากนักรบ และมาจากคนดีแต่แล้วกลับตายร้ายจึงถูกยกย่องขึ้นเป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ที่เรียกว่า นัต นั่นเอง

                ในส่วนของพ่อครูทั้ง ๑๐ ถูกแยกออกจากนัตครับ เรียกว่าสิทธาหรือผู้สำเร็จ มีฐานะสูงส่งกว่านัต ทั้งมีฤทธิ์ตบะเดชะสูงส่งกว่าสรรพวิญญาณทั้งหลาย อย่างเทียบเคียงกันไม่ได้เลย ดังว่ามานี้คงรู้ถึงความแตกต่างระหว่างนัตและสิทธาทั้ง ๑๐ หรือพ่อครูทั้ง ๑๐ แห่งเมืองม่านกันแล้ว ว่าแตกต่างกันอย่างไร
                หนึ่งในบรมครูที่คนม่าน(พม่า) นับถือที่สุดเคียงคู่กับการนับถือพู่พู่อ่อง และมีคติวางรูปของท่านไว้คู่กันเสมอก็คือพ่อครูโพมินข่อง ตำนานของพ่อครูโพมินข่องนั้นเล่าไว้ว่า ท่านได้ร่ำเรียนวิชากายสิทธิ์ปะฐะสิทธิ อันเป็นตำราเล่มเดียวกันกับบรมครูพู่พู่อ่อง แต่การร่ำเรียนวิชาของท่านพิสดารนักคือท่านเรียนวิชาย้อนกลับ ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่เรียนพิสดารเช่นนี้ได้ย่อมเป็นผู้มีบุญวาสนาเป็นอัจฉริยะบุคคลลงมากำเนิด เป็นผู้บำเพ็ญบารมีทางพระโพธิญาณมานับไม่ถ้วน มิเช่นนั้นแล้วไฉนเลยจึงสามารถเรียนวิชาย้อนทวนได้
                                                           
                พ่อครูโพมินข่อง อาศัยการทานว่านยาและการเรียนวิชาแบบย้อนกลับหรือย้อนทวนวิชา จนกระทั่ง จิตเป็นทิพย์ กายเป็นทิพย์ วาจาศักดิ์สิทธิ์ บรรลุสมาบัติสูงสุดพร้อมด้วยอภิญญา ๕ ประการ สำเร็จวัชระกาย เนื้อตัวเป็นทิพย์ มีอำนาจวิเศษอาจบันดาลสิ่งต่างๆได้ตามปรารถนา ทั้งควบคุมธาตุทั้ง ๔ ได้อย่างพิสดารเด็ดขาดตายตัว อยู่บนโลกในฐานะคุรุเทพผู้วิเศษ ทำหน้าที่ประดุจพระโพธิสัตว์ท่องเที่ยวโปรดสรรพสัตว์ทั้งหลายไม่มีประมาณ


                ตามตำนานนั้นกล่าวไว้ว่าพ่อครูพู่พู่อ่องและพ่อครูโพมินข่องต่างเคยทดสอบฝีมือกัน ปรากฏว่าไม่มีใครแพ้ใครชนะ เป็นยอดฝีมือด้วยกันทั้งคู่ พ่อครูพู่พู่อ่องผู้เป็นยอดวิชาจึงยกให้พ่อครูโพมินข่องเสมอด้วยกับตน เป็นสหายธรรมอันรักกันยิ่ง และเป็นที่มาที่ทำให้คนเมืองม่านต่างวาดภาพหรือตั้งรูปเคารพของทั้งสององค์ไว้คู่กันเสมอ
                ปัจจุบันเชื่อว่าทั้งพ่อครูพู่พู่อ่องและพ่อครูโพมินข่อง ต่างเป็นผู้ได้กายวัชระเป็นอมตะไม่มีวันตาย ท่านทั้งสองจะมีอายุยืนยาวเท่าไหร่ก็ได้ตามปรารถนาแม้จะอยู่คู่ฟ้าคู่ดินก็สามารถ เพราะสำเร็จกายสิทธิ์ชั้นสูงสุด มีอายุยืนยาวประดุจเทพเจ้าเหล่าพระพรหมผู้เรืองฤทธิ์ ทั้งนี้พ่อครูทั้งสองต่างพำนักอยู่ที่ บุพเพวิหทวีป อันเป็นทวีปมงคลเป็นแดนลับแล โดยมีเขาโปปาเป็นทางเชื่อมมิติ ด้วยเหตุนี้ผู้ใดที่เข้าสมาธิฌาน ได้อุปจารสมาธิอาจนั่งทางในมองเข้าไปในเขาโปปา ก็อาจได้เห็นเหล่าบรมครูผู้เรืองฤทธิ์มีชีวิตเป็นอมตะได้อย่างน่าอัศจรรย์

                ในตำนานของโลกแห่งความลี้ลับทางฌานสมาบัตินั้น ผู้ที่มีฤทธิ์มีเดช มีตบะฌานอันสูงส่งจนสามารถมีอายุยืนยาวเป็นกัปล์ได้นั้น มีอยู่หลายท่าน เช่นเรื่องราวของมหามุนีศิวะบาบาหรือบาบาจีแห่งเขาหิมาลัย กเป็นมหาโยคีที่มีอายุวัฒนะอยู่คู่ฟ้าดิน หรือเซียนทั้ง ๘ ของจีนก็เป็นผู้มีอายุวัฒนะเช่นกัน หรืออย่างเรื่องราวของหลวงปู่สรวงเทพเจ้าแห่งเขาพนมกุเลนที่มีอายุยืนยาวกว่า ๕๐๐ ปี ในไทยเราเองก็มีเรื่องราวของหลวงปู่เทพโลกอุดรที่มีอายุยืนยาวเป็นหลายพันปี นอกจากนี้ถ้าค้นคว้าในคัมภีร์ของพระพุทธศาสนาก็มีเรื่องราวของพระปิณโฑล ซึ่งมีอายุยืนยาวชั่วกัปล์ ท่านจะมีอายุจนกว่าพระพุทธศาสนาจะเสื่อมสิ้นไป บัดนี้ท่านมีอายุได้ ๒๕๐๐ กว่าปีแล้ว ดำรงธาตุขันธ์ด้วยอำนาจอิทธิบาทฌานอยู่ ณ ป่าหิมพานต์ริมสระอโนดาต อีกทั้งพระอุปคุตที่มีอายุยาวนาน ๒ พันกว่าปีจำพรรษาอยู่ภายในเวียงวังพญานาค

                เรื่องราวของท่านเหล่านี้ถูกบันทึกไว้ตามคัมภีร์ในแต่ละศาสนา ทั้งนี้เรื่องราวของพ่อครูพู่พู่อ่องและพ่อครูโพมินข่องทั้งพ่อครูอีกทั้ง ๘ ท่านในสายยาแดงหรือเรียกเต็มๆว่าสายปะฐะมะสิทธินั้นก็เป็นตำนานแห่งผู้มีอายุวัฒนะ ด้วยอำนาจแห่งฌานสมาบัติ และปรอทวิเศษกายสิทธิ์ การกินว่านยามหาวิเศษ จึงสำเร็จทำให้เนื้อตัวเป็นทิพย์ ดิน น้ำ ลม ไฟ กาย วาจา จิตล้วนเป็นทิพย์เป็นอมตะ วิชาเช่นนี้สามารถทำให้ร่างกายเนื้อตัวเป็นประดุจคลื่นพลังงาน อยู่พ้นแรงโน้มถ่วงของโลกและสามารถอยู่ได้โดยพ้นปัจจัยต่างๆของโลก เป็นเสมือนเทพเจ้าที่อยู่ในโลกนี้

                ด้วยธรรมอันเร้นลับสูงส่งที่ท่านเหล่านี้บำเพ็ญจนเป็นธรรมอันเหนือโลก  จึงทำให้ท่านเป็นสิ่งเร้นลับที่ยากจะเข้าถึงโดยปุถุชนทั่วไป  แม้ท่านจะดขเมาอยู่ปะปนกับเราๆท่าน กระเราๆท่านๆทั้งหลายก็มีอาจรู้ได้ว่าท่านกำลังอยู่ใกล้เราแค่ไหน แม้สายตาของเราที่ว่าเห็นๆหลายสิ่งหลายอย่างภายใต้พระอาทิตย์ดวงนี้ แต่สายตาของเราก็ไม่อาจเห็นท่านเหล่านั้นได้แม้ว่าท่านเหล่านั้นจะอยู่ใกล้เราแค่ไหนก็ตาม เพราะกิเลสตัณหานั้นบดบังสายตาของเรามิให้เห็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนภายใต้แสงพระอาทิตย์ มีแต่ผู้ที่ทรงฌานมีธุลีกิเลสน้อยในดวงตาเท่านั้นจึงสามารถเห็นท่านเหล่านั้นได้

                หากจะเข้าใกล้ท่านเหล่านั้นก็คงต้องอาศัยการบำเพ็ญสมณะธรรม จนบรรลุฌานสมาธิ จนสามารถจูนคลื่นความถี่จากจิตของเราให้เท่ากับท่านเหล่านั้น จึงสามารถเห็น สามารถติดต่อกับท่านเหล่านั้นได้อย่างสะดวก

                แต่หากยังไม่สามารถเข้าใกล้ ติดต่อท่านเหล่านั้นได้ก็คงต้องอาศัยวัตถุมงคลที่กำเนิดจากสายวิชาปะฐะมะสิทธิหรือวิชาสายยาแดง ติดตัวคู่กายไว้ ก็จะเสมือนเป็นองค์ท่านติดตามคุ้มครอง ดูแลไปตลอด หรือนำเอามากำภาวนาก็อาจสามารถสื่อถึงครูบาอาจารย์แห่งสายปะฐะมะสิทธิได้อย่างน่าอัศจรรย์

            หมายเหตุ
        สำหรับรายการวัตถุมงคลที่ได้รับการอธิษฐานจิต ณ เขาโปปา ประเทศพม่า ที่ห้องนอนของพ่อครูโพมินข่อง สนใจติดต่อได้ที่   วัดทุ่งเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี  โทร 080-567-4807  / ครูบาชัยมงคล วัดไทรย้อย อ.เด่นชัย จ.แพร่  โทร.080-671-5287 / พระอาจารย์ภูไทย ปภากโร วัดเขาแก้วฯ อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย  โทร085-4000-101 / พระอาจารย์ฉลอง  ปํญญาวโร  วัดยางเอน อ.เมือง จ.สุโขทัย
และทุกรายการมีรวมอยู่ที่
          “ สำนักพระเครื่อง สุริยัน จันทรา” สุขุมวิท 101/1 บางนา กรุงเทพฯ
         โทร                 02-399-2000 / มือถือ 083-073-7515 /  094-930-9355
           อีเมล์            3992000@gmail.com


www.สุริยันจันทรา.com        www.poothai.net         www.pooboon.com       
 www.krooba.com      www.amulettv.com



วันศุกร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2557

พ่อครูโพมินข่อง โดย ทิพยจักร

พ่อครูโพมินข่อง
โดย ทิพยจักร
 ( ติดตามอ่านได้ในบล๊อกนี้ และ  นิตยสารพระเครื่องพุทธคุณ )



              นับจากต้นสายวิชายาแดงและการเล่นแร่แปรธาตุคือบรมครูพู่พู่อ่องซึ่งสำเร็ววิชามหาเวทย์และฌานสมาบัติชั้นสูงสุดแล้ว แต่นั้นมาก็มีผู้แสวงหาติดตามพ่อครูพู่พู่อ่องแทบจะพลิกแผ่นดิน ทั้งกษัตริย์ ทั้งสามัญชน แต่น้อยคนนักที่จะมีวาสนาได้เจอองค์ท่าน 


         บรมครูพู่พู่อ่อง ล่องหนหายตัว เปลี่ยนรูปแปลงกาย ได้ต่างๆนานาสารพัด แยกธาตุหยาบ ฟอกกายละเอียดทำกายให้โปร่งแสง มีกายแต่เสมือนไม่มี สายตาของปุถุชนคนธรรมดาจะไม่มีวันมองเห็นท่านเลย เว้นเสียแต่ท่านจะพบบุคคลผู้มีวาสนาก็จะปรากฏกายสอนในรูปแบบต่างๆ เช่นแปลงร่างเป็นเด็กมาสอน แปลงร่างเป็นคนขอทาน ทั้งนี้เพื่อลองใจใครแต่ละคนดูว่าเมื่อมีวาสนาแล้วจะมีจริยาความประพฤติเหมาะสมด้วยหรือไม่ ถ้ามีความเหมาะสมในทุกๆด้านแล้วท่านก็จะสอนวิถีแห่งความเป็นอมตะ วิถีแห่งฤทธิ์และสันติอันบรมสุขแก่ผู้นั้น ที่สุดบุคคลผู้นั้นจะบรรลุธรรมอันเยี่ยมยอดและได้เข้ารวมกลุ่มกับผู้เป็นอมตะแห่งสายวิชาของบรมครูพู่พู่อ่อง


          แม้มีคนเที่ยวหาบรมครูพู่พู่อ่องมากต่อมาก แต่แน่นอนว่าน้อยคนที่จะได้พบ รวมทั้งผู้ที่ร่ำเรียนวิชาสายบรมครูพู่พู่อ่องด้วยเช่นกันน้อยคนจะบรรลุถึงความเป็นที่สุดในสายวิชานั้น แต่ท่านหนึ่งที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของชาวพม่าและมอญ เป็นผู้ที่มีตัวตนอยู่จริง นั่นคือ พ่อครูโพมินข่อง 
                                                

         เรื่องราวของพ่อครูโพมินข่องเป็นที่นับถือในหมู่ชาวไทยใหญ่ พม่าและมอญ และนับเอาดพครูโพมินข่องเป็นหนึ่งในสิบของพ่อครูทั้ง ๑๐ แห่งสายวิชายาแดงอีกด้วย

          รายนามพ่อครูทั้ง ๑๐ นั้นมีดังนี้คือ ๑ พ่อครูพู่พู่อ่อง ๒ พ่อครูโพมินข่อง ๓ พ่อครูบูดออี ๔ พ่อครูบูดอบิวหรือสะยาปิ๋ว ๕ พ่อครูบูดอป๋วย ๖ พ่อครูอุเมี๊ยะขิ่น ๗ พ่อครูสัจจะยามิน ๘ พระมหาโอสถวิชา ๙ เส่วิชา ๑๐ ต่อวิชา 



         ทั้ง ๑๐ ท่านนับเป็นยอดบรมครูแห่งการสักสายยาแดง รวมไปถึงวิชาการเล่นแร่แปรธาตุเพื่อสำเร็จความเป็นอมตะ ธรรมของพ่อครุทั้ง ๑ๆ นั้นล้ำลึกพิสดาร สมบูรณ์ด้วยธรรมและอิทธิฤทธิ์ พลังเหนือโลก ที่สามัญชนคนธรรมดายากจะเข้าถึง ตามคติความเชื่อนั้นแม้ผู้ใดมีบารมีของพ่อครูท่านใดเพียงท่านเดียวสถิตย์อยู่กับตัว ด้วยลายสักยันต์ยาแดงก็ดี หรือด้วยคาถาที่ท่องจำไว้ในใจก็ดีหรือเพียงระลึกถึงท่านด้วยใจเคารพศรัทธาอันมั่นคงก็ดี คนผู้นั้นไม่มีโดนทำร้ายด้วยคุณไสย คุณคน หรือแม้แต่พิษร้าย สัตว์ร้ายต่างๆก็ไม่สามารถทำอันตรายใดๆได้ 




         พ่อครูโพมินข่อง คือหนึ่งในผู้บรรลุอภิญญาฤทธิ์แห่งเมืองพุกาม มีผู้คนบูชาท่านมากมาย ขนาดที่เขาโปปาอันเป็นสิงสถิตของมังมหาคีรีนัต ยังได้จัดห้องของท่าน จำลองที่อยู่ของท่านไว้บนเขาโปปา เพื่อให้คนได้มีโอกาสไปสักการะ ไประลึกถึงอยู่เป็นประจำ


           รูปของพ่อครูโพมินข่อง มักเห็นในรูปของครูที่ปล่อยผมสยาย นั่งไขว้เท้าในท่าขัดสมาธิ และที่เป็นเอกลักษณ์อย่างยิ่งคือท่านมักถือถ้วยน้ำชาในท่ากำลังจิบอยู่เสมอ 

         ในบรรดาครูทั้ง ๑๐ นั้นเป็นที่เชื่อกันว่า มีอย่างน้อย ๒ ท่านที่มีชีวิตเป็นอมตะ คือพ่อครูพู่พู่อ่อง และพ่อครูโพมินข่อง กล่าวกันว่าพ่อครูพู่พู่อ่อง ท่านใช้วิธีฝึกวิชาไปตามขั้นจนสำเร็จ ส่วนพ่อครูโพมินข่องใช้เคล็ดฝึกวิชาย้อนกลับ หมายความว่าพ่อครูพู่พู่อ่องนั้นฝึกตามลำดับจากขั้นวิชา ๑ ๒ ๓ ๔ ไปจนสำเร็จขั้นสูงสุด ส่วนพ่อครโพมินข่องนั้นเมื่อเรียนวิชาท่านเริ่มจากวิชาที่ยากที่สุดก่อนและไล่ไปจนถึงวิชาขั้นพื้นฐาน ทั้งสองท่านสำเร็จแล้วอธิษฐานรักษาคุ้มครองพระพุทธศาสนา มีชีวิตยืนยาวเป็นกัปล์ รอรับเสด็จพระศรีอาริยะเมตรตรัย เมื่อฟังธรรมจากพระองค์จิตก็จะบรรลุสู่นิพพานธรรมและดับขันธ์เข้าสู่พระนิพพานในทันที การสำเร็จวิชาของท่านพู่พู่อ่องและโพมินข่องนั้น คือสำเร็จทั้งด้านสมาธิจิต คือการเข้าฌานสมาบัติ กสิณ การเพ่งดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศธาตุ จนเข้าอรูปฌานได้ การสำเร็จพระเวทย์คือการท่องมนตราและการตั้งพิธี การสำเร็จวิชาเล่นแร่แปรธาตุ ทั้งปรอทสำเร็จและเหล็กไหลวิเศษ รวมทั้งการปรุงยาอมตะจากสมุนไพรที่หาได้จากเขาโปปา ด้วยความสามารถความสำเร็จทั้งหมดทั้งมวลนี้จึงเป็นคุณวิเศษเหนือโลก ที่ทำให้ท่านทั้งสองสมบูรณ์ด้วยฤทธิ์ยิ่งกว่าผู้ใดในปฐพี 



     ทุกวันนี้ยังเชื่อกันว่า ทั้งพู่พู่อ่องและโพมินข่องบรมครูผู้วิเศษศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองนั้นยังคงดำรงสังขารอยู่ ผู้ที่ระลึกถึงนามท่านจะได้รับพรอันวิเศษ ผู้ที่ภาวนาถึงท่านจะได้รับความเมตตา และทุกวันนี้ชาวพม่ายังเชื่อกันว่าท่านทั้งสองยังสถิตย์อยู่ในเขาโปปา ในส่วนของแดนทิพย์อันเป็นภพภูมิที่เหลื่อมซ้อนกับตัวเขาอย่างลี้ลับ คนธรรมดามองไปจะเห็นเพียงแท่งหินทึบ แต่ผู้บรรลุจตุถฌานหรือได้ฌาน ๔ จะสามารถเห็นถ้ำลี้ลับซ้อนอยู่ภายใน อันเป็นที่สถิตย์ของเหล่าบรมครูทั้งหลายผู้เป็นอมตะ
                                               

เมื่อปลายปี พ.ศ.2556  คณะของ หลวงปู่บุญ โสภโณ วัดทุ่งเหียง จ.ชลบุรี  ครูบาชัยมงคล วัดไทรย้อย  อ.เด่นชัย จ.แพร่ พระอาจารย์ภูไทย ปภากโร  วัดเขาแก้วชัยมงคล  อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย และพระอาจารย์ฉลอง  ปํญญาวโร  วัดยางเอน อ.เมือง จ.สุโขทัย ท่านเหล่านี้ได้ไปประกอบพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลสายยาแดง สายพู่พู่อ่องที่เขาโปปา ประเทศพม่า  ณ ห้องนอนของท่านบรมครูโพมินข่อง




        แน่นอนว่างานนี้ครูบาชัยมงคลและครูบาภูไทร่วมน้อมจิตส่งกระแสอัญเชิญพ่อครูทั้ง ๑๐ สายยาแดง โดยมีบรมครูพู่พู่อ่องเป็นประธาน


               เพื่อมาประกอบพิธีพุทธาภิเษก ให้วัตถุมงคลทุกชิ้นทุกอันทุกองค์เกิดความเข้มขลัง มีอานุภาพขจัดเสีนยดจัญไร ป้องกันภยันอันตรายทั้งหลาย เป็นเครื่องค้ำคูณดวงชะตาและเป็นมหาเสน่ห์ชั้นสูง



         วิชาสายยาแดงหรือสายของบรมครูพู่พู่อ่องนั้นโดดเด่นยิ่งนักเรื่องการป้องกันผู้อื่นให้ร้ายทำร้ายทั้งทางตรงทางอ้อม แถมยังเด่นอย่างยิ่งเรื่องเสน่ห์ชั้นสูง ดังนั้นผู้ใดที่ได้วัตถุมงคลชุดนี้ไว้ครอบครองบอกได้เลยว่าบุคคลผู้นั้นถือว่ามีบารมีของพ่อครูทั้งสิบปกเกล้าปกกระหม่อมอย่างเต็มๆ โดยเฉพาะบารมีของบรมครูพู่พู่อ่องและบารมีของพ่อครูโพมินข่อง ยังไม่นับบารมีจากวิชาเร้นลับสายล้านนาและพลังจิตจากครูบาอาจารย์ในคณะที่ไปร่วมกันแผ่พลังจิตอธิษฐานเครื่องมงคลชุดนี้ให้มีความสมบูรณ์อย่างถึงที่สุด




สำหรับรายการวัตถุมงคลที่ได้รับการอธิษฐานจิต ณ เขาโปปา ประเทศพม่า ที่ห้องนอนของพ่อครูโพมินข่องมีดังนี้






หมายเหตุ    สนใจติดต่อได้ที่

วัดทุ่งเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี  โทร 080-567-4807

ครูบาชัยมงคล วัดไทรย้อย อ.เด่นชัย จ.แพร่  โทร.080-671-5287

พระอาจารย์ภูไทย ปภากโร วัดเขาแก้วฯ อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย  โทร085-4000-101

พระอาจารย์ฉลอง  ปํญญาวโร  วัดยางเอน อ.เมือง จ.สุโขทัย

และทุกรายการมีรวมอยู่ที่ “ สำนักงาน สุริยัน จันทรา” สุขุมวิท 101/1 โทร 02-399-2000 / 083-073-7515 / 094-930-9355   อีเมล์   3992000@gmail.com       

รายละเอียดเพิ่มเติม ดูได้ที่  www.สุริยันจันทรา.com  / www.poothai.net / www.krooba.com